A Fashion Show That Should Have Never Happened !

ห่างหายไปนานกับการอัพเดทเรื่องราวกินเที่ยวในบล็อกแห่งนี้
วันนี้กลับมาก็ไม่ได้ของกิน หรือแหล่งเที่ยวมาแนะนำหรอก
แต่อยากเอาเรื่องดีๆ มาเล่าให้ฟัง

จากการเป็นส่วนนึงของโปรเจค Zero Sum Good กับเพื่อน
ทำให้ได้เจอแคมเปญดีๆ หลายๆ อย่างที่น่าสนใจ
และคิดว่าเราไม่ได้เป็นแค่คนตัวเล็กๆ อีกต่อไป
แต่อาจจะเป็นเฟืองชิ้นสำคัญที่ช่วยรันเฟืองตัวอื่นๆ
จนมันสามารถขับเคลื่อนให้กลายเป็นจริงได้

:: 16 Days of Activism against Gender based violence ::

กระแสเรื่อง ความรุนแรงในครอบครัว ช่วงนี้กำลังมาแรงเหมือนกัน
เราแอบรู้สึกว่าสมัยนี้คนเรามีสติในการใช้ชีวิตน้อยลงยังไงไม่รู้สิ
ความรุนแรงมันก็เลยมีให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ
ทั้งๆ ที่ก็มีแคมเปญดีๆ ทั้งจากบ้านเรา และต่างประเทศ
ที่พยายามรณรงค์ให้ยุติให้ปัญหาเหล่านี้มันลดลง

Mozambique N’weti องค์กรช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ HIV เอง
ก็ได้ออกแคมเปญเพื่อรณรงค์เช่นเดียวกัน
ด้วยความร่วมมือกับ DDB องค์กรเกี่ยวกับการสื่อสารระดับโลก
ได้จัดแฟชั่นโชว์ที่ไม่เหมือนแฟชั่นโชว์ที่ไหนๆ ในโลกขึ้นมาในงาน
Mozambique Fashion week: 16 Days of Activism against Gender based violence

งานนี้ไม่ได้มีสาวๆ มาเดินสวยๆ บนแคทวอร์ค
กับเสื้อผ้าทันสมัยอย่างที่หลายๆ คนคิดหรอก

ภายหลังจากเสียงการด่าทอ ทะเลาะเบาะแว้งจบลง
ไฟส่องสว่างขึ้น พร้อมกับเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว
ต่างเดินออกมาพร้อมกับ รอยช้ำ รอยแผล
อาการบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจ นี่คือความรุนแรงที่พวกเธอได้รับ

เรามองว่าแคมเปญนี้เป็นแคมเปญที่ดีนะ
มันแสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าเหยื่อความรุนแรงเหล่านี้
บอบช้ำมากแค่ไหน และแนะนอนการทำร้ายผู้ที่อ่อนแอกว่า
หรือความรุนแรงในครอบครัว มันไม่ใช่เรื่องเท่
หรือไม่ใช่ เทรนด์ ที่น่าเลียนแบบเลย

ส่วนตัวแล้วชอบแคมเปญนี้นะ
ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้หลายๆ คนมาร่วมรณรงค์กับ Mozambique N’weti
เพื่อหยุดความรุนแรงในครอบครัวกันดีกว่า เริ่มที่ตัวเรานี่แหละ

🙂
สวัสดีค่ะ.

>> Zero Sum Good Fanpage

Advertisements
A Fashion Show That Should Have Never Happened !

Singapore Tree

หลังจากมาอยู่ที่นี่ได้พักใหญ่ สิ่งนึงที่เห็นมาตลอดคือ
สิงคโปรเป็นประเทศที่มีต้นไม้เยอะมาก เยอะแบบทั่วทุกที่จริงๆ ตามถนน ตึก โรงเรียน อพาร์ทเม้น
ทั้งๆที่ประเทศสิงคโปรเป็นประเทศที่มีพื้นที่น้อยมาก และมีการขยายตัวของเมืองไม่ใช่น้อย
แต่รู้มั้ยว่าสิงคโปรมีต้นไม้เยอะขนาดนี้ เราแทบไม่เคยเห็นใบไม้ร่วงเลอะเทอะถนน
ทางเท้า หน้าอาคาร ลานจอดรถเลยอะแกรร!

เพราะทุกวันนนน! จะมีเจ้าหน้ามากวาดถนนล่ะ มาทำความสะอาดคราบขี้นกขาวที่เลอะถนน
ส่วนช่วง ดึกๆ ห้าทุ่มเที่ยงคืน จะมีรถคล้ายๆ รถดับเพลิง มาฉีดน้ำล้างถนน เก็บขยะ
คือเห็นเกือบทุกวัน จนชินตา และวันนี้เป็นอีกวันที่เห็นมีเจ้าหน้าที่มาตัดต้นไม้ที่เกินออกมาตรงถนน
ไม่ใช่แค่ในโซนเมืองนะ แต่นอกเมืองก็สะอาด

วิธีการตัดต้นไม้บนถนนก็คือ พอไฟแดงก็รีบเอากรวยมาตั้ง ตัดๆๆๆๆๆๆ พอใกล้จะไฟเขียว
ก็เถิบกรวยเข้ามา แล้วตัดด้านอื่นรอ. ยืนดูอยู่พักนึงแล้วรู้สึกว่า เอออออ นะ ทีมเวิร์ค 5555555555.

เราแอบคิดนะว่า สิ่งนึงที่ทำให้คนดูแลจัดการกันอย่างเป็นระบบขนาดนี้
เป็นเพราะประเทศสิงคโปรมีนักท่องเที่ยวตลอด ระเบียบวินัย ความสะอาดมันย่อมสำคัญอยู่แล้ว
และอาจจะเพราะว่าต้องการให้ตรงคอนเซปปที่ว่าสิงคโปร City in the Garden
แบบที่เคยโปรโมทไปก่อนหน้านี้ด้วยไง และที่นี่ก็ให้ความสำคัญกับต้นไม้ใหญ่มากๆ
ถึงขนาดที่ว่า (อันนี้ อจ.คนสิงคโปรเล่าให้ฟัง ไม่รู้จริงแค่ไหนนะฮะ)
การสร้างสิ่งก่อสร้างอะไรก็ตามในพื้นที่ของตัวเอง ถ้ามีต้นไม้ใหญ่อยู่
แม้ที่ดินผืนนั้นจะเป็นของเรา เราก็ไม่มีสิทธิตัดทิ้งโดยพลการนะ ต้องทำเรื่องของอนุญาติ
และแน่นอน ส่วนใหญ่จะไม่อนุญาติ (ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นไม้ จำนวนปี)
ดังนั้นจึงเห็นสิ่งก่อสร้างจำนวนไม่น้อยเลยแหละที่มีการออกแบบให้สามารถอยู่กับต้นไม้รอบข้างได้
หรือถนนในบางจุด ก็มีการโค้งตามแนวต้นไม้ใหญ่ด้วย.

ที่พิมมาทั้งหมดไม่ใช่ไร ไม่ใช่อยากจะดราม่าด้วย แค่อยากให้มองในมุมที่ว่า
ทั้งๆที่เป็นเมืองที่โคตรจะเมือง มีตึก สิ่งก่อสร้าง ห้างสรรพสินค้าเต็มประเทศไปหมด
แต่เห้ยแก. มีสวนสาธารณะทุกอพารทเม้น มีต้นไม้ริมถนนทุกถนน
คือมองไปทางไหนก็มีต้นไม้ตลอด แถมมีการจัดการแบบเป็นระบบ ดูแลต้นไม้ ตัดแต่ง
คือไม่ใช่สักแต่ปลูกให้เขียวๆ แล้วไม่รับผิดชอบไม่เชื่อลองมาาาาา!

 

มันเป็น City in the garden จริงๆ อะ.

🙂

2014-08-19 13.42.36

 

Singapore Tree

Holidays in THAILAND – Part 1

 กลับไทยเมื่อวันที่ 20 วันที่ 21 ก็พุ่งตรงไปทะเลทันที

ไม่มีอะไรจะพูดมากมาย. ลงรูปรัวๆ
ฟินมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
อยากไปอีกจัง 😀

อยากอยู่ที่นั่นนานๆ เลย

Image

อาหารก็ฟินมากกกกกกกกกก

SEA FOOD!

Image

 OYSTER!

————————–

Image

GRILLED SQUID

———————————

Image

 SQUID WITH SALTED EGG

—————————————————

Image

 TOM YUM SEAFOOD , SPICY SEAFOOD SALAD

—————————————–

Image

SOMTUM , YENTAFO , PAD SEE EIW

 ————————————

Image

——————————————-

ฟินนนนนนนนนนนนนน~

ไปแล้ว สวัสดีค่ะ 🙂

Holidays in THAILAND – Part 1

Sin Swee Kee – Chicken rice!

สอบเสร็จล้าววววววววว~

——————————————

วันก่อนพาพ่อไปทานข้าวมันไก่สไตล์สิงคโปรค่ะ
ข้าวมันไก่ของสิงคโปรจะแตกต่างกับข้าวมันไก่ที่ไทยตรงที่ น้ำจิ้ม และการเสิร์ฟค่ะ
ที่ไทย เราจะทานข้าวมันไก่โดยมีไก่โปะมาบนข้าว น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวขิง
แต่ที่นี่ เวลาเสิร์ฟส่วนมากจะแยกมาค่ะ ข้าว ไก่ ผัก น้ำซุป
และน้ำจิ้มเป็นพริกน้ำส้ม ขิงสับ แล้วก็ซีอิ้วดำ
แน่นอนว่าอร่อยทั้งสองแบบค่ะ ทั้งสิงคโปรและไทย 🙂

Image

ร้านที่ไปทานมาชื่อร้าน Sin Swee Kee ค่ะ ร้านนี้ไปเจอด้วยความบังเอิญ
ตอนแรกจะไปทานก๋วยเตี๋ยวกับพี่สาว แต่ว่าหันไปเห็นร้านนี้
ซึ่ง ณ ตอนนั้นฉลองครบรอบสิบสองปี เลยลดราคากระหน่ำ
ตอนนี้ก็เลยเข้าไปทาน เพราะมันถูก ฮ่าาาา
แต่พอไปทานแล้วติดใจ ก็เลยไปบ่อยๆ แล้วมารู้ทีหลังว่า
ร้านนี้เป็นร้านที่คนไทยหลายๆ คนนำมารีวีว. ละเราก็เอามาเขียนมั่งดีกว่า

 Image  Image

ปกติจะนั่งรถเมล์ไปค่ะ โดยลงที่ป้าย City Hall แล้วเดินนิดนึง
หรือว่าจะนั่งไปลงที่ ป้าย Raffles Hotel ก็ได้ ได้เหมือนกัน
เดินเข้าซอยถนน Seah Street มาไม่กี่เมตรค่ะ
ในซอยนี้มี Mint Toy Museum ด้วยนะ. ค่าเข้าชม s$20

————————————————————————————-

กลับมาที่ข้าวมันไก่ของเรากันต่อ
ข้าวมันไก่ที่นี่มีทั้งแบบไก่โปะมาบนข้าว
หรือว่าจะแยกตามสไตล์สิงคโปรก็ได้ มีเมนูให้เลือกมากมาย
คิวไม่ยาวแบบเทียนเทียน แต่เชื่อเถอะว่าอร่อย บรรยากาศดีกว่า และราคาถูกกว่า

Image

วันนั้นไปกันสองคน เลยสั่งชุดแบบสองคนค่ะ
ประกอบด้วย ข้าวมันสองจาน ไก่จานใหญ่
ไก่ของที่นี่จะสามารถเลือกได้นะคะว่าจะเอาพาร์ทไหนของไก่
วันนั้นเลือกอกค่ะ จะไม่ค่อยมีมันเท่าไหร่ แต่นุ่มมากกกกกกก

Image

Image

ส่วนนี่ค่ะ น้ำจิ้มทั้งหมดของข้าวมันไก่สไตล์สิงคโปร์ พริกน้ำส้ม ขิงสับ และซีอิ้วดำ

Image

จานนี้คือเต้าหู้ทอด ไม่แน่ใจว่าเต้าหู้อะไร แต่อร่อยมากเลยแหละ

  Image

แล้วก็ผัก Siow Pek Chye หรือกวางตุ้ง มั้ง -.- หรือว่าจะเลือกเป็นถั่วงอกก็ได้
มีน้ำซุปคนละถ้วย

Image

ปิดท้ายด้วยครื่องดื่มในชุดค่ะ มีสองอย่างให้เลือก
น้ำลำไยโฮมเมท หรือว่าโฮมเมทบาเลย์ก็ได้

Image

————————————————————————————

สุดท้ายจริงๆ คือบรรยากาศหน้าโรงแรม Raffles ค่ะ สวยจริงๆ เนอะ 🙂

015

สวัสดีค่ะ.

Sin Swee Kee – Chicken rice!

Garden by the bay

 ปลายเดือนมีนาตองแวะไป Garden by the Bay มาค่ะ
การเข้าไปในสวน ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ค่ะ แต่ถ้าเข้าไปใน Dome ก็จะเสีย s$28 สำหรับผู้ใหญ่ และ s$15 สำหรับเด็ก
Dome มี 2 ส่วนนะคะ Flower Dome , Cloud forest Dome
ในวันนั้นที่ตองไป ส่วนของ Flower Dome ปิดให้บริการ
เพราะกำลังจะมีเทศกาลกุหลาบ ที่นี่จะมีเทศกาลหมุนเวียนด้วยนะ เก๋ดี
วันนั้นเลยจ่ายแค่ s$18 เข้าไปดู Cloud forest Dome ค่ะ

Image

Image

Cloud Forest Dome

Image

———————————————————————————————————

รายละเอียดอื่นๆ ดูได้ในเว็บไซท์ของ Garden by the Bay

—————————————————————————————————-

ดูรูปที่ไปถ่ายมาแล้วกันเนอะ ทั้งข้างนอก ข้างใน เยอะม๊ากกกกกกกกกกกกก 🙂

Image

Image

Image

Image

Image

Image

Image

เสริมนิดนึง Garden by the bay ที่เห็นใหญ่โตอลังการ นางใช้พลังงานได้คุ้มค่ามากนะ
เท่าที่จำได้คือ พอฝนตก ก็กักเก็บน้ำเพื่อเอามาใช้รดต้นไม้
มีแผงโซลาเซลล์ในการเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นพลังงานใช้หมุนเวียนในสวน
คืออะไรประมาณนี้แหละ สรุปง่ายๆ คือ มีการวางแผนการใช้พลังงานดีมาก

 1340292368238

สำหรับ Garden by the bay ไว้แค่นี้ก่อน
งวดหน้าถ้าได้ไป Flower Dome คงจะมาอัพเดทอีกตอน
นี่ขนาดไม่ใช่ Flower Dome รูปยังเยอะขนาดนี้เลย
นี่เอาลงไม่หมดด้วย อลังการจริงๆ

ช่วงนี้สิงคโปรร้อนมากๆ เลยแหละ ตัวจะเหี่ยว
ไว้ต่อไปจะมาเล่าเรื่องชานมที่นี่ดีกว่า 🙂

สวัสดีค่ะ.

Garden by the bay

Sophie French Bakery & Cafe

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ไปออกทริปกับมหาลัยมาค่ะ
ขากลับก็เลยชวนเพื่อนมากินข้าวแถว Orchard
ทานข้าวเสร็จ เดินมาส่งเพื่อนที่รถไฟฟ้า
ขากลับเดินผ่านร้าน Sophie French Bakery& Cefe
ปกติคนแน่นขนัด แต่วันนี้โล่งๆ พอมีที่นั่ง
ได้โอกาสวางกระเป๋าขอลองเข้าไปชิมซักหน่อย 🙂

ร้าน Sophie นี่ตั้งอยู่ในส่วนของห้าง Wisma ค่ะ
ชั้น B1 ใกล้กับ Garrett Popcorn นั่งรถไฟฟ้าลงที่ สถานนี Orchard
และเดินเข้าห้าง Wisma ได้เลย

ที่ร้านนี้จะเน้นเบเกอรี่ของฝรั่งเศสเป็นส่วนใหญ่นะคะ

Image

Image

Image

มีทั้งโซนของขนมปังต่างๆ บาแกตต์ และก็ทาร์ตหน้าตาน่ารักๆ เพียบเลยค่ะ

Image

Image

Image

ครั้งนี้ทาน Macaron 2 ชิ้น 2 รสค่ะ สตรอเบอร์รี่ กับชอคโกแลต คู่กับชา Peppermint ของ Dilmah
ถ้าวันนั้นไม่ติดว่าทานข้าวกับเพื่อนมาแล้ว คงได้จัดหลายอย่างแน่ๆ ทาร์ตในตู้น่าทานทั้งนั้นเลย ครั้งหน้าว่าจะลองแน่ๆ 🙂

Image

Image

REVIEW & RECOMMENDATION

สำหรับ Macaron ของที่นี่ รสชาติปกติค่ะ
เหมือน Macaron ทั่วๆ ไปแต่จะไม่หวานเท่าที่ขายในบ้านเรา

แล้วก็ไส้จะไม่ตู้มๆ ถ้าใครชอบไส้เยอะๆ ไปแล้วอาจจะผิดหวังนิดหน่อย
แต่โดยรวมก็โอเคค่ะ ชิลๆ ยามบ่ายได้

ข้อด้อย ของร้านนี้คือ ร้านนี้เข้าออกได้สองทางค่ะ
ดังนั้นความสงบ. หาได้ยากมากค่ะ รวมถึงร้านค่อนข้างเล็ก
และเป็นทางเชื่อมระหว่างห้างและรถไฟฟ้า
ดังนั้นคนจะเยอะมากๆ เลย ยิ่งในวันเสาร์อาทิตย์
ทั้งคนผ่านไปมา คนมาแวะซื้อ คนมานั่งทาน
ถ้าแวะซื้อละหิ้วกลับไปทานน่าจะเวิร์คกว่าการนั่งชิลๆ แน่นอนค่ะ.

ครั้งนี้รวมค่าเสียหายทั้งหมด 6 เหรียญค่ะ
Macaron ชิ้นละ 2 เหรียญ ชาร้อน 2 เหรียญ
เครื่องดื่มที่นี่มีให้เลือกเยอะนะคะ ทั้งร้อนทั้งเย็น
ไว้คราวหน้าจะแวะไปอีก ใกล้ๆ บ้านแค่นี้เอง 🙂

สวัสดีค่ะ.

Sophie French Bakery & Cafe